พระอาจารย์
13/17 (570225B)
(แทร็กชุดต่อเนื่อง)
25 กุมภาพันธ์
2557
พระอาจารย์ – เพราะนั้นในบ่อน้ำแรก...บ่อน้ำที่สำคัญ
ที่กินแล้วมีแรง ...จากที่มันหิวโหย เข้าใจมั้ย
พวกเรานี่อยู่ในภาวะที่เหมือนผีตายซาก อดอยาก
คือมันอยู่ด้วยความอ่อนระโหยโรยแรง
มีแต่ทุกข์ มีแต่ความเร่าร้อน มีแต่ความทุรนทุราย มีแต่ความไม่แน่ใจ
มีแต่ความมืดมนอนธการ มีแต่ความลังเลสงสัย ...นี่มันอยู่ในภาวะตีบตัน
พอได้กินน้ำบ่อนี้ บ่อแรกนี่
มันก็มีกำลังมีแรง ...แต่ไม่ใช่กินน้ำบ่อนี้แล้วกูเข้านิพพานได้เลย สำเร็จเลย...ไม่ใช่ ยังไม่ใช่
แต่ว่ากินแล้วมันมาบรรเทาความเร่าร้อน ความอ่อนระโหยโรงแรง มันสร้างพละกำลัง
เพื่อจะเดินไปกินน้ำบ่อที่สอง...สาม...สี่ ...นี่ ก็ว่ากันต่อไป
ซึ่งน้ำบ่อสอง..สาม..สี่น่ะ มันก็ไม่ได้มีอยู่ในที่สะเปะสะปะทั่วไป มันก็อยู่ในเส้นทางเดียวกัน ...รับรอง ยังไงก็ได้กิน...ชัวร์ ยืนยันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ยืนยัน อ้อ นั่งยัน..นั่ง นี่นั่ง
แต่ว่า...หาบ่อแรกให้เจอก่อนเถอะ ...ไอ้นี่แหละยาก ไอ้ยากที่สุดก็คือยากตรงนี้ บอกให้ คือไอ้บ่อสอง-สาม-สี่ มันไม่ยากแล้ว
แต่ไอ้บ่อแรกที่อยู่ในสามโลกธาตุ นี่ ...นึกจินตนาการถึงสามโลกธาตุดูนะ มันกิน area เนื้อที่บริเวณนี่ไม่มีขอบเขต...ไม่มีประมาณ
นี่ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้านะ ก็อย่างที่บอก
ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้ามาบอกว่าน้ำบ่อนี้อยู่ที่ไหนนะ ...ให้ไปเลย
อย่างต่ำสี่อสงไขยแสนมหากัป...เกิด-ตายๆ นี่ แล้วจะรู้เองว่าบ่อน้ำนี้อยู่ตรงไหน
เพราะอะไร ...เพราะสี่อสงไขยแสนมหากัปนี่
เท่ากับอายุภพชาติที่พระพุทธเจ้าบำเพ็ญ ...หมายความว่าทำไปเหอะ หาไปเหอะ เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพิงใคร
ไม่พึ่งตำรา ไม่พึ่งอาศัยพระพุทธเจ้า
ทำเองไปเรื่อยๆ หาไปเรื่อยๆ สี่อสงไขยแสนมหากัป...เจอเลย นั่น บังเกิดขึ้นเป็นสัพพัญญูพุทธะ รู้เองเห็นเอง ...แต่ใช้เวลาหน่อย
เห็นมั้ย การที่มีพระพุทธเจ้านี่
มันตัดสี่อสงไขยแสนมหากัป จนมาถึงขั้นที่พระพุทธเจ้าท่านการันตี ยืนยันว่า
อย่างเร็วที่สุด ๗ วัน อย่างกลาง ๗ เดือน
อย่างเลวที่สุด ๗ ปี ...นี่ ท่านยืนยัน
เห็นมั้ยว่า ลดจากสี่อสงไขย แปดอสงไขย
สิบหกอสงไขย กับแสนมหากัป หรือวัฏฏะสงสารที่ไม่มีเวลา เหนือเวลา มาเหลือแค่นี้เอง ...เห็นคุณของพระพุทธเจ้ารึยัง ถ้าไม่เชื่อท่านแล้วจะไปเชื่อใคร
เพราะนั้นที่พูดมาเยิ่นเย้อยืดยาวนี่
ก็เพื่อให้เห็นว่า...ไอ้บ่อน้ำแรกนี่ ทางที่จะเข้าบ่อน้ำแรกนี่ บ่อน้ำนี้เขาเรียกว่าบ่อน้ำศีลนั่นเอง
ถ้าได้กินแล้วนี่มีแรง ถ้าได้ถึงแล้ว...มีกำลัง ถ้าได้ดื่มอาบกินแล้ว
มลทินที่ครอบงำกายใจถูกชำระออก สะอาดขึ้น ไม่หมองมัว ไม่ขมุกขมัว ไม่โสโครก
ไม่สกปรก ...เนี่ย ก็ให้มันได้ถึงบ่อนี้ก่อน
เพราะนั้นศีลนี่...ที่เราเข้าใจกันทุกคนน่ะก็คือศีลห้าศีลแปด ห้ามนั่นห้ามนี่ ก็ใช่...แต่ก็ยังไม่ใช่ที่สุด มันก็ใช่พอให้ไปวนๆ เวียนๆ อยู่ใกล้ๆ บ่อน้ำนั่นแหละ
แต่มันจะไปเข้ากินบ่อน้ำยังไม่ได้ มันยังหาทางเข้าไม่เจอ ก็ได้แค่วนๆ ...แบบรอบประเทศไทย อยู่ในเมืองไทยนี่แหละวะ แต่ไม่รู้อยู่ตรงไหน ก็ใกล้อยู่นะ
ตีกรอบเข้ามาแล้ว
แต่ว่าศีลในการปฏิบัตินี่ก็คือความหมายที่เรียกว่า...กายปัจจุบันธรรมดา ...กายปัจจุบันและเป็นธรรมดาด้วยนะ ไม่ใช่กายที่ลึกลับซับซ้อน
หรือกายที่อยู่ในตำรา เป็นอสุภะ เป็นของโสโครกอะไร
กายธรรมดา...ที่มันมี ที่มันแสดง
ที่มันกำลังเป็น ที่มันกำลังปรากฏ...อย่างธรรมดาในปัจจุบัน
ง่ายๆ...ทำความรู้จักกายตัวนี้ให้มากก่อน ทำความเข้าใจกับกายปกติ กายธรรมดา กายปัจจุบันนี้ให้ชัดเจนก่อน...ด้วยความคิด
ด้วยคำอธิบายของเรา เช่น มันรู้สึกหนักๆ มันรู้สึกแข็งๆ มันรู้สึกตึงๆ
เนี่ย
ความรู้สึกนี่มีเป็นความรู้สึกพื้นฐาน ใช่มั้ย เดี๋ยวนี้มีมั้ย ขยับนี่รู้สึกวูบๆ มั้ย ...เออ
มันเป็นความรู้สึกที่ธรรมดามากๆ เลยใช่มั้ย ...มันมีอยู่แล้ว เป็นรูทีน เป็นอาจิณ เป็นพื้นฐาน
ตัวนี้คือความหมายของคำว่าศีล...กายนี้ กายปกติ หรือกายธรรมดานี่ หรือกายศีลนี่เอง ...เนี่ย เห็นบ่อน้ำรึยัง หือ
เห็นบ่อน้ำหรือยัง
เอ้า ไม่เห็นอีก ...ก็บอกแล้ว
ชี้ให้เห็นบ่อน้ำ ...นี่คือบ่อน้ำ เข้าใจรึยัง ...ก็ชี้ช่องชี้ทางให้เห็นว่าบ่อน้ำมันอยู่นี่ ยังบอกว่าไม่เห็นได้ยังไง ...เข้าใจรึยัง
ว่ามันเป็นบ่อน้ำอยู่แล้ว มันมีอยู่แล้วทุกผู้ทุกคน...ทุกตัวคน
แล้วถามว่าทางเข้าอยู่ไหน ...ก็หยั่งลงไปก็เจอแล้วน่ะ เข้าใจมั้ย ...ชี้ทางให้เห็นแล้วนี่ ขนาดพาเข้าไปให้เห็นแล้วนี่
ว่าบ่อน้ำอยู่นี่...บ่อน้ำศีล ...แล้วมันมีตลอด ใช่มั้ย
มันไม่ใช่มีแต่เฉพาะต่อหน้าเบื้องหน้าเรานะ
หรือเวลามานั่งต่อหน้าเราถึงมีนะ ไปนั่งที่ไหนก็มี ...เอ้า มีมั้ย มีความรู้สึกในกายมั้ย
มีอยู่ใช่มั้ย
เวลาท่านอยู่ผาซ่อนแก้วมีมั้ย ...แล้วเวลาท่านมานั่งอยู่ที่กุฏิผมนี่ มีมั้ย
ผู้ถาม – มีครับ
พระอาจารย์ – มันลำบากมั้ยในการค้นหามันนี่ หือ ลำบากมั้ย
ผู้ถาม – ลำบากอยู่ครับ
พระอาจารย์ – คิดน่ะลำบาก อย่าไปคิด ...ก็ของมันมีอยู่ประจำเนื้อประจำตัว มันลำบากยังไง หือ
มันต้องลงทุนไปซื้อหามาไหม
มันต้องลงทุนโกนหัวบวชพระไหมนี่ มันต้องลงทุนนุ่งขาวหุ่มเหลืองกันไหม
ถึงจะได้กินน้ำบ่อน้ำ หือ ...ไม่มีอะไรมาขัดขวางได้เลยหนา
แต่กินแค่หยดเดียวน่ะ
ก็เหมือนกับรู้แค่ขณะนึง ...ไอ้รู้แค่ขณะนึงกับกายที่เป็นความรู้สึกที่กำลังมีกำลังเป็นอยู่นี่
ไอ้รู้ขณะนึงนี่หรือเข้าไปกลืนกินในศีลขณะนึงนี่...ตรงนี้ที่ท่านเรียกว่าสมาธิขั้นขณิกสมาธิ
แล้วถ้าผมถามท่านว่า...ถ้าท่านกำลังหิวมา แบบหิวโหยมานี่อเนกชาติ ข้ามภพข้ามชาติมานี่...แล้วมากินแค่หนึ่งหยด
หนึ่งขณิกสมาธินี่ อิ่มมั้ย ...มันไม่อิ่ม ไม่พอ
เพราะไม่ใช่มันมาหิวแค่ชาตินี้นะ ...อเนกชาตินะจิตนี่ เรานี่ มันโหยหาอารมณ์ มันโหยหาบ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้นี่ สุข-ทุกข์ ที่ไม่เคยอิ่มไม่เคยพอนี่
แล้วมากินน้ำทิพย์นี่...น้ำบ่อทิพย์ที่เรียกว่าน้ำศีลหรือน้ำธรรมนี่
แค่หยดนึง...ไม่พอ สมาธิแค่ขณิกะ...ไม่พอ ...ไม่พอแล้วมันจะทำยังไง ...ก็ต้องทั้งดื่มทั้งกินทั้งอาบ...ทั้งวันน่ะ
บ่อน้ำมีแล้ว ดื่มกินเป็นแล้ว จะทั้งกิน ทั้งดื่ม ทั้งอาบ ตลอดวันนี่...ก็เรื่องของท่าน
ไม่ใช่เรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องของพระพุทธเจ้า ...เพราะท่านช่วยไม่ได้แล้ว
ผมช่วยก็ไม่ได้
มันเป็นสิทธิมันเป็นหน้าที่ของแต่ละบุคคล มันล่วงเกินไม่ได้แล้ว
ช่วยก็ไม่ได้แล้ว ...เพราะนั้นการช่วยนี่ ช่วยได้แค่แสดง
แนะนำ ชี้ทาง เห็นมั้ย คำว่าชี้ทาง ...เข้าใจรึยังว่าชี้ทางยังไง
คราวนี้ก็เป็นเรื่องที่ว่าท่านจะเอาไปดื่ม กิน อาบ...แล้วเกาะบ่อไว้ อย่าห่างบ่อ ...ทำไมถึงต้องเกาะ ...เพราะล้อมรอบท่านนี่ มันมีเสียงเซ็งแซ่ไปหมด ไม่ใช่แค่เสียง แค่รูปกลิ่นรส ...มันมีเยอะแยะ
ที่มันคอยชี้แนะชี้นำว่า
นั่นน่ะ โน่นน่ะ โน้น นู้น มันดีกว่าน้ำบ่อนี้นะ เพราะไอ้น้ำบ่อนี้ที่เราชี้ให้...ถึงท่านไม่ได้เกาะแต่ได้ลิ้มรสแค่หนึ่งหยดน่ะ ไม่เห็นมันได้อะไรเลย ไม่เห็นว่ามันสงบกายสงบใจคลายทุกข์ได้เลย
แต่ไอ้โน้น นู้น นู่น ล้อมรอบนี่...ทั้งคน ทั้งสัตว์
ทั้งวัตถุ ทั้งมีวิญญาณครอง ทั้งไม่มีวิญญาณครอง ทั้งที่มันเคยเจอเคยเห็นเคยผ่าน
เคยจำได้ ...มันมีรสชาติ มันมีเวทนา ที่ดูเหมือนล้ำลึกสุขยิ่งกว่า
มันก็พร้อมเสมอ
พร้อมตลอดเวลาที่จะทิ้งน้ำบ่อนี้ แล้วไปน้ำบ่อหน้า ...ไอ้น้ำบ่อหน้านี่บ่อไหนไม่รู้นะ
แต่คิดว่ามี น่าจะมี...น้ำบ่อหน้า ...แต่พอดีตาย ยังไม่เจอน้ำบ่อหน้าก็มี
เหมือนนึกฝันว่าจะได้นอนกับนางงามจักรวาลซะหน่อย ...ตายซะแล้ว ยังไม่ได้นอนกับมันเลย...ก็มี เห็นมั้ย น้ำบ่อหน้า...แล้วไม่รู้ชาติไหนกูจะได้นอนกับมัน
แต่หวังว่าสักวัน สักชาตินึงกูคงได้นอนกับมัน
นั่นแหละหวังน้ำบ่อหน้าเข้าไปเถอะ แล้วมันไม่ใช่แค่น้ำบ่อหน้ากับแค่ได้นอนกับนางงามจักรวาล ...รถเบนซ์กูก็ยังไม่เคยขี่ บ้านก็ยังไม่เคยมีหลังใหญ่ๆ เงินก็ยังไม่ถึงร้อยล้าน
เนี่ย
น้ำบ่อหน้าทั้งนั้นน่ะ ...แล้วดูความสุข นึกถึงความสุขที่จะได้มันมาสิ เห็นมั้ย
มันล่อมั้ย มันล่อหูล่อตามั้ย
แล้วไอ้น้ำหนึ่งหยดนี่ที่ว่าเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจนี่
ดูเหมือนว่าเทียบกันไม่ติดเลย ... "ไหนว่าความสุขในธรรม ความสุขทางธรรม ...กูไม่เห็นมันจะสุขเลย”
เหล่านี้ ที่เป็นเครื่องขัดขวาง
ที่เป็นเครื่องเนิ่นช้า ในการก้าวไปในองค์มรรค ในการอยู่กับมรรค ในการอยู่กับศีล
ในการรักษาศีล ในการพอกพูนความงอกงามขึ้นของกองศีล
แต่ถ้าท่านมีความบากบั่น อดทน พากเพียร
โดยอาศัยคำพูดคำสอนของพระพุทธเจ้า ของครูบาอาจารย์ที่นับถือไว้เป็นหลัก ...มันก็จะบังคับหรือว่าเป็นกรอบ หรือว่าน้อมนำให้กลับมาอยู่กับกรอบศีลก้อนศีลนี้
แม้มันจะรู้สึกในลึกๆ
ว่ามันไม่ได้อะไร ...มันเทียบกับความสุขในโลกไม่ได้
มันเทียบกับความสุขในการเห็นไม่ได้ มันเทียบกับความสุขในการกินของอร่อยไม่ได้
มันเทียบกับความสุขในการเสพสัมผัสข้องแวะกับผู้คนไม่ได้
มันสู้กับความสุขที่ได้ครอบครองวัตถุข้าวของใช้ที่เป็นของเราไม่ได้
ท่านต้องอด ท่านต้องทน
ท่านต้องสะสมทีละหยดๆ ทีละขณะๆ ทีละขณิกะนึง ... จนท่านเข้าไปอาบ แช่ นอนในบ่อน้ำแบบเต็มตัว...ทีนี้แหละ
จริงๆ ไม่ต้องถึงขั้นเต็มตัวหรอก
แค่เอาตีนไปแช่นี่ก็สบายแล้ว ...เริ่มรู้จักคำว่าสบายในองค์ศีล สงบในองค์ศีล
สงบในความที่เรียกว่าไม่ร้อนกายไม่ร้อนใจแล้ว
ถ้าเข้าไปได้ครึ่งตัวนี่ก็...กูไม่ไปไหนแล้ว หูก็จะหนัก ตานี่ก็จะหนัก จมูก-ลิ้นก็จะหนัก
ใจ-จิตก็จะหนัก ...หนักคืออะไร ...ไม่เบา ไม่ปลิว ไม่ลอยไปตามกระแส รูป เสียง กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ นี่ หนัก
ยิ่งถ้าได้แช่ทั้งตัวนี่หมายความว่า ทีนี้แหละ...เลิกกัน …ทีนี้ไอ้ที่เคยอ่านมา ได้ฟังมา
ที่เคยได้ยินเขาบอกว่าสุขในธรรมคืออะไร เป็นยังไง
ความสงบเอิบอิ่มเอิบอาบในรสชาติของพระธรรมคือยังไง
มันก็จะบอกกับตัวเองว่าจริงแฮะ
จริงว่า...เออ ไม่ผิดเลย ...ไม่ต้องมานั่งเมค เฟค คิด นึก
ว่ามันเป็นยังไง
ไม่ต้องมานั่งเปรียบเทียบว่า สุขในการกิน สุขในการเห็น
สุขในการเสพสมกันนี่ มันด้อยกว่า มันไม่เสมอกว่า มันไม่เท่ากันกับความสุขในธรรม
สุขในศีลสมาธิปัญญายังไง
(ต่อแทร็ก 13/18)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น